![]() |
|
Spaces home - StEp IntO My PaRaDiSE ...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
- StEp IntO My PaRaDiSE -
August 19 เอกเขนก @ บ้านอัมพวา รีสอร์ท แอนด์ สปา [สมุทรสงคราม]เหตุเพราะคุณป๊ะป๋ากับหม่ามี๊ ดูละครผู้การเรือเร่ แล้วเอ่ยปากอยากไปเยือนอัมพวาซักหน ประจวบเหมาะกับได้รับโบรชัวร์ของบ้านอัมพวา รีสอร์ท แอนด์ สปา (Baan Amphawa Resort and Spa) มาพอดิบพอดี... โอเค! ถือโอกาสเนื่องในวันแม่แห่งชาติ พาบุพการีหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวงไปเอกเขนกเอนกายให้หายเมื่อยกันซักคืนก็แล้วกัน
[แอบบ่น : ทริปนี้ทะเลาะกับกล้องถ่ายรูปนิดหน่อย พาสีเพื้ยน NOISE กระจายไปหลายรูป...รมณ์บ่จอย]
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 10:00 น. โดยประมาณ พอเข้าสมุทรสาครท้องฟ้าก็เริ่มตั้งเค้าฝนมาแต่ไกล พวกเราจึงมุ่งตรงไปยังสมุทรสงครามเพื่อเข้าที่พักกันทันที ทำให้เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเศษ พวกเราก็มาถึงบ้านอัมพวาฯ กันแล้ว
แม้ทางรีสอร์ทจะกำหนดเวลาเช็คอินไว้ที่ 14:00 น. แต่เพราะห้องพักที่เราจองไว้นั้นว่างอยู่ เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้พวกเราเช็คอินกันได้เลยทันที ![]() Welcome Drink เป็นน้ำคะไคร้หอมหวานชื่นใจ... แต่เดี๋ยวก่อน! วุ้นกะทิรูปเป็ดน้อยกลอยใจที่เห็นไม่ใช่ของหวานต้อนรับผู้เข้าพักด้วยหรอกนะ เป็นของหวานที่ทางรีสอร์ทวางจำหน่ายในราคากล่องละ 45 บาทตังหากล่ะ รสชาติหวานหอมใช้ได้ ขากลับจึงขอเหมากลับไปเป็นของฝากน่ารักๆ ให้ญาติสนิทมิตรสหาย แต่ปรากฎว่าวุ้นเป็ดน้อยดันเหลืออยู่เพียง 5 กล่อง ทั้งน้องสาวและคุณมารดาต่างก็อยากเอาไปเป็นของฝากด้วยเช่นกัน เลยต้องเปิดศึกชิงวุ้นเป็ดกันหน่อย... ท้ายที่สุด คุณมารดาสงบศึกด้วยการขอร้องให้เจ้าหน้าที่สาวสวยช่วยไปตามหาวุ้นเป็ดมาเพิ่มที แต่คุณเจ้าหน้าที่คนสวยก็ช่วยหามาให้ได้อีกแค่ 2 กล่องเท่านั้น เหตุผลเพราะคุณยายที่ทำส่งให้รีสอร์ทบอกว่าหยอดวุ้นให้ไม่ทันจริงๆ จ๊ะ
![]() Shuttle Bus ที่คอยให้ผู้มาเข้าพักได้เรียกใช้บริการได้ตลอดเวลา... เมื่อตอนมาถึงบ้านอัมพวาฯ แห่งนี้ ทันทีที่เราจอดรถในลานจอดเป็นที่เรียบร้อย รถ Tuk Tuk สีขาวสะอาดตาก็ตามหลังมาจอดท้ายรถพร้อมรับสัมภาระจากเราเพื่อพาไปยัง Lobby ที่อยู่ห่างกันไม่ถึง 10 เมตร และหลังจากเช็คอินเสร็จก็พาพวกเราไปส่งยังบ้านพักในโซน Thai Village ที่อยู่ห่างออกไปอีกฟากหนึ่ง ซึ่งเท่าที่เห็นรถ Shuttle Bus นี้แทบจะไม่ได้จอดนิ่งสนิทอยู่ที่ใดเป็นเวลานานเลย เพราะเจ้าหน้าที่ขับรถจะคอยสอบถามผู้เข้าพักที่เดินผ่านไปมาตามจุดต่างๆ ว่าต้องการให้ไปส่งที่บ้านพักหรือที่ใดมั้ยอยู่ตลอดเวลา
และตลอดเวลาที่ได้พักอยู่ ณ บ้านอัมพวาฯ แห่งนี้ ขอชื่นชมต่อการให้ความสำคัญในการบริการของรีสอร์ทแห่งนี้อย่างแท้จริง.. ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด เจ้าหน้าที่ขับรถ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคน มีมารยาท อัธยาศัยไมตรี รู้รับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ และคอยเสนอให้บริการต่อผู้เข้าพักด้วยรอยยิ้มโดยไม่ต้องร้องขอ จนในบางครั้งยังอดแปลกใจไม่ได้ว่ารู้ได้อย่างไรว่ากำลังต้องการอะไรอยู่ ในขณะเดียวกันก็มิได้สร้างให้เกิดความอึดอัดรำคาญใจเลยแม้แต่น้อย... พูดได้เต็มปากว่ารีสอร์ทแห่งนี้สร้างความประทับด้านการบริการได้อย่างดีเยี่ยมไม่มีที่ติเลยจริงๆ ![]() เข้าสู่บ้านพักในโซนของ Thai Village
![]() ในโซน Thai village นี้จะมีห้องพักให้เลือก 4 แบบ คือ Pool Suite, Family Suite, Deluxe และ Superior
![]() สำหรับพวกเราเลือกพักในบ้านพักแบบ Family Suite เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนกันแบบครอบครัว ราคาห้องพัก 10,593 บาท ต่อคืน... ซึ่งหากเป็นห้องพักแบบ Pool Suite จะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่ด้วย แต่แม้ห้องพักแบบ Family Suite นี้จะไม่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ก็สามารถเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวเพื่อใช้บริการสระว่ายน้ำที่บริเวณร้านอาหารสบันงาซึ่งเป็นร้านอาหารของรีสอร์ทตั้งอยู่ติดริมน้ำแม่กลอง
![]() แล้วก็มาถึงเรือนไทย ห้องเลขที่ 102 – 106 และห้องหมายเลข 106 จะเป็นห้องพักสำหรับพวกเราในคืนนี้
![]() เรือนที่พักนี้มีลักษณะเป็นเรือนไม้สองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องพักแบบ Superior ส่วนห้องพักแบบ Family Suite จะอยู่ชั้นบน
![]() บันไดขึ้นเรือน
![]() ซุ้มหลังคาหน้าบันไดเรือน
![]() ชั้นบนนี้จะประกอบไปด้วยห้องพัก 3 ห้อง ใช้ชานร่วมกันตรงกลาง
![]() ซึ่งตลอด 2 วัน 1 คืนที่พวกเราไปพัก จังหวะว่าอีกสองห้องที่เหลือไม่มีผู้เข้าพัก ทำให้เรามีชานส่วนตัวไว้ขี่จักรยานวนเล่นได้สบายๆ แต่ทางรีสอร์ทไม่ได้มีจักรยานไว้ให้บริการหรอกนะ พวกเราขนเอาจักรยานไปเองเพื่อใช้ขี่ออกกำลังกายยามเช้า-เย็นภายในรีสอร์ทกัน
![]() มีชุดเก้าอี้ผ้าใบให้นั่งรับแดดอ่อนๆ ยามเช้า หลังละหนึ่งชุด แต่สำหรับฤดูกาลนี้ท่าจะเป็นการนั่งตากฝนซะมากกว่า
![]() ดอกไม้ตกแต่งเห็นอยู่ทั่วรีสอร์ท
![]() ห้องพักเลขที่ 106 สำหรับคืนนี้
![]() ภายในห้องมีไฟฉายชาร์ตไฟไว้เตรียมพร้อมเผื่อกรณีเกิดเหตุจำเป็น
![]() มินิบาร์ มีน้ำเปล่าให้เป็น Complimentary จำนวน 4 ขวด
![]() ห้องนั่งเล่น โถงกลางระหว่าง 2 ห้องนอน ไว้ให้ครอบครัวได้นั่งร่วมวงสนทนา หรือจะนำแผ่นดีวีดีมาเปิดชมไปพร้อมกันก็ยังได้ เพราะที่นี่มีเครื่องเล่นดีวีดีไว้ให้บริการด้วย รวมถึงมีบริการ Free Wireless Internet สำหรับคนที่มีธุรกิจติดพันไม่ต้องกังวล... ว่าแต่ตั้งใจมาพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติหลีกหนีความวุ่นวายกันอย่างนี้ เลี่ยงได้ก็อย่าพกงานมากวนเวลาของครอบครัวเลยดีกว่านะ
![]() ชุดรับแขกที่ขนาดเล็กไปนิด ด้วยเพราะความจำกัดของพื้นที่
![]() แง้มเข้าไปชมภายในห้องนอนกัน
![]() ห้องนอนทั้งสองห้องตกแต่งเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันเพียงเตียงนอนซึ่งห้องหนึ่งเป็นเตียงเดี่ยวและอีกห้องเป็นเตียงคู่
![]() ภายในห้อง
![]() แสงไฟในห้องเป็นอุปสรรคต่อสาวๆ เวลาเสริมความงามมากๆ
![]() เปิดประตูไปดูห้องน้ำกันต่อดีกว่า
![]() กลอนประตูห้องน้ำ
![]() นั่งปลดทุกข์พร้อมมีความสุขกับการชมวิวนอกหน้าต่าง...
![]() แสงไฟในห้องน้ำพอจะช่วยให้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าเสมือนจริงหน่อย
![]() อุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำมีพร้อมตามมาตรฐานสากลทั่วไป
![]() แต่เพราะเจ้าชั้นวางอุปกรณ์เหล่านี้ เป็นลักษณะบันไดไม้ที่วางพิงกับผนังห้องน้ำ และผ้าขนหนูที่ถูกพาดไว้กับขั้นบันได ทำให้คุณป๊ะป๋าดึงเอาบันไดร่วงลงทั้งชั้นตอนสาวเอาผ้าขนหนูออกมา ผลก็คือขวดเซรามิคใส่โลชั่นของรีสอร์ทดับอนาถในจุดเกิดเหตุทันที... ทำให้ต้องเสียค่าทำขวัญให้กับรีสอร์ทเป็นจำนวนเงิน 350 บาทถ้วนด้วยประการฉะนี้
![]() แม้จะเป็นบ้านเรือนไทยสไตล์โบราณ แต่ห้องอาบน้ำกลับไฮเทคด้วย Shower ระบบเจ็ทบาร์ธ ที่มีฝักบัวหลากหลายแบบ สามารถกดปุ่มบังคับการใช้งานได้ตามความชอบ โดยเฉพาะที่พิเศษคือสามารถนั่งแล้วเลือกระบบน้ำฉีดรอบลำตัวถือเป็นการนวดตัววิธีหนึ่ง แต่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบเลยมันจักจี้ยังไงพิกล ก็คนมันไม่ไฮเทคขนาดนั้นขอยืนอาบฝักบัวธรรมดาก็แล้วกัน
![]() นอกจากนี้ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ สามารถเปิดวิทยุที่ปุ่มคอนโทรลเพื่อฟังเพลงคลอไประหว่างอาบน้ำ ลั๊นลาสบายใจเฉิบได้อีกด้วย...
![]() กลับออกมาจากห้องน้ำ เปิดดูตู้เสื้อผ้ากันซักนิด.. ภายในมีตระเตรียมร่มให้ได้ใช้กันแดดกันฝนด้วย แต่ใช้แล้วคืนด้วยล่ะจ๊ะ
ในหนังสือมีบอกรายละเอียดต่างๆ เหมือนโรงแรมที่พักทั่วไป ทั้งรายละเอียดรายการอาหาร โปรแกรมการผ่อนคลายด้วยบริการสปา และรายละเอียดบริการต่างๆ ซึ่งที่รีสอร์ทมีบริการล่องเรือชมหิ่งห้อยด้วย หากเป็นบริการแบบ Private ราคา 1,800 บาทต่อลำเรือ (ไม่เกิน 15 ท่าน) และบริการแบบ Joining ซึ่งต้องมีลูกค้าใช้บริการอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 7 ท่าน ราคาท่านละ 200 บาท
![]() ลงมาดูชั้นใต้ถุนเรือน เป็นบริเวณของห้องพักแบบ Superior
![]() ห่างจากเรือนที่พักไปทางริมน้ำเพียงเล็กน้อย ก็พบกับสระว่ายน้ำขนาดย่อมตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับร้านอาหารสบันงา
![]() จากนั้นเลี้ยวจักรยานกลับไปชมวิวในโซน Tropical Villas ... เห็นเรือพายผูกอยู่ริมสระน้ำ ไม่แน่ใจว่าลงไปพายเล่นได้มั้ย แต่ส่วนตัวพายเรือไม่เป็นอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
![]() มีเก้าอี้ริมน้ำให้นั่งรับลมเย็นๆ ในช่วงอากาศดีๆ แต่สำหรับอากาศหลังฝนตกพรำๆ อย่างวันนี้ มันผลักให้ไอดินอุ่นๆ ขึ้นมาปะทะให้เหนอะตัวเสียมากกว่า
![]() สุพรรณิการ์สปา (Suphannika Spa) อันที่จริงแล้วที่นี่เป็นทั้ง Spa & Salon เลย เพราะไม่ได้มีแค่บริการผ่อนคลายและดูแลด้านสุขภาพด้วยการนวดสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังมีบริการเสริมสวยอีกด้วย ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว เลยจูงบุพการีเข้าไปผ่อนคลายตามอัธยาศัย เสร็จแล้วเซ็นต์ชื่อไว้แล้วกัน เดี๋ยวคุณลูกขออนุญาตปั่นจักรยานไปแอบเปิดกระเป๋าตังค์ดูก่อนว่าไม่ลืมหยิบบัตรเครดิตมาใช่มั้ย ไม่งั้นรีสอร์ทไม่ปล่อยให้กลับบ้านแหงเลย จำไม่ได้ว่าทั้งสองท่านเลือกบริการอะไรกันไปบ้าง แต่ในใบเรียกเก็บเงินราคารวมทั้งสองท่านอยู่ที่ 2 พันบาทเศษ
![]() ไม่ได้ใช้บริการด้วย แต่ขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บภาพภายในห้องให้บริการสปา แสงไฟสลัวชวนนอนเป็นอย่างยิ่ง
![]() สมุนไพรที่เตรียมไว้ให้บริการ
![]() น้ำมันอโรม่ากลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง
![]() วนกลับออกมาด้านนอก บริเวณติดกับ Lobby มีห้องให้บริการ Fitness ฟรี สำหรับแขกผู้มาพัก
![]() ม้าโยก ที่ตั้งประดับอยู่ในบริเวณสวนด้านข้างบ้านของเจ้าของรีสอร์ท ที่แอบไปนั่งโยกเล่นมาแล้ว
![]() มีม้าโยกแล้ว ก็ต้องมีม้ากระดก เป็นของคู่กัน ซึ่งก็แอบไปนั่งเล่นมาเหมือนกัน (ไม่ค่อยดูอายุตัวเองเท่าไหร่เลย..)
![]() ปิดท้ายด้วยดอกไม้ที่ถูกปลูกรายรอบอยู่ทั่วรีสอร์ท อันที่จริงมีอยู่หลากหลายพรรณมาก ซึ่งมีป้ายบอกชื่อของแต่ละพรรณไม้ให้ได้ศึกษา แต่อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า ทริปนี้เคืองกับกล้องถ่ายรูปนิดหน่อย เลยมีภาพพอถูไถอยู่แค่ไม่กี่ภาพให้พอได้เชยชม
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() July 30 กรณีศึกษา การละเมิดลิขสิทธิ์ภาพถ่าย"ภาพถ่าย" ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาชนิดหนึ่งและถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
ซึ่งถูกบัญญัติไว้ในความหมายของ งานศิลปกรรม
ที่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
และได้รับความคุ้มครองทันทีนับแต่ชิ้นงานได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
และผู้สร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลงแก้ไขและเผยแพร่สู่สาธารณะ
การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าวข้างต้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความยินยอม
หรือได้รับการอนุญาตจากผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อน
มิฉะนั้นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
----------------------------------------------------------------------------------------
[ภาพอ้างอิงจากเว็บไซด์]
ข้อความ ภาพถ่าย ฯลฯ ที่ถูกนำมาโพสต์ในช่องทางอินเตอร์เน็ต ดังเช่นตามภาพอ้างอิงข้างท้ายนี้
จัดเป็นการเผยแพร่สู่สาธารณะผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัท
อันปฏิเสธไม่ได้ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการตลาดประเภทหนึ่งเพื่อส่งส่งเสริมให้ได้มาซึ่งการพานิชย์
นั่นคือการนำภาพของเจ้าของลิขสิทธิ์มาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือการประชาสัมพันธ์ (Public Relation Tools)
โดยใช้เว็บไซด์ของตนเองเป็นช่องทางที่เรียกว่าสื่ออินเตอร์เน็ต อันเป็นการสื่อสารทางการตลาด
เพื่อสร้างเกิดภาพลักษณ์ (Image) ตลอดจนแฝงผลประโยชน์ทางการค้าในท้ายที่สุด
![]() [ภาพขยาย 1]
ภาพถูกนำไปย่อขนาดให้เล็กลง จนไม่สามารถมองเห็นเครดิตภาพถ่าย
ที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้จัดทำไว้เพื่อแสดงสิทธิ์บนภาพถ่ายนั้น
ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถูกกระทำโดยปราศจากการยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์
เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้รับการติดต่อ ร้องขอ แจ้งให้ทราบ ไม่ว่าจะโดยวาจา หรือลายลักษณ์อักษรก็ตาม
![]() [ภาพขยาย 2]
ในขณะที่บริษัทเองก็หวงแหนและรับรู้ในสิทธิ์ของตนเอง เห็นได้จากข้างใต้ของเว็บไซด์
ยังมีการระบุข้อความ X-site Resort Co., Ltd. All Rights Reserved.
หมายความว่าทางบริษัทเองก็มีความเข้าใจในเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์เป็นอย่างดี
ทั้งที่ตนเองนำภาพลิขสิทธิ์ของผู้อื่นไปเผยแพร่
โดยไม่ได้ติดต่อ ร้องขอ แจ้งให้ทราบ และไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
![]() [ภาพต้นฉบับ]
ภาพต้นฉบับที่ได้ถูกโพสต์ไว้ในเว็บไซด์ pantip ห้อง Blueplanet ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2550
![]() ----------------------------------------------------------------------------------------
"ไม่ว่าภาพถ่ายที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์นั้นจะถูกนำไปเพียงเสี้ยวหนึ่งของภาพ
หรือถูกย่อขนาดให้เล็กลงจนเหลือเพียงหนึ่งเซนติเมตร หรือแทบจะมองไม่เห็นเลยก็ตาม
แต่สิทธิ์ของเจ้าของในภาพถ่ายดังกล่าวมิได้ถูกริดรอนให้น้อยลงตามแต่อย่างใด
ยังคงเป็นลิขสิทธิ์โดยสมบูรณ์ของเจ้าของภาพถ่ายแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
อีกทั้งทางบริษัทได้นำภาพดังกล่าวไปใช้เผยแพร่สู่สาธารณะผ่านช่องทางเว็บไซด์ของตนเอง
โดยที่มิได้เคยติดต่อ ร้องขอ หรือแจ้งให้เจ้าของลิขสิทธิ์รับทราบเลย ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง
การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537"
"ข้าพเจ้า ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพถ่ายดังกล่าว ได้พบเห็นการกระทำดังกล่าว
และมิได้ติดใจเอาความตามกฎหมาย อีกทั้งปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจวบจนจะครบรอบหนึ่งปี
โดยข้าพเจ้าไม่เคยติดต่อไปยังบริษัท เพื่อเอาความเกี่ยวกับเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
ด้วยเพราะคิดว่า ภาพดังกล่าวคงจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่อยู่ในหน้าเว็บไซด์เป็นเวลานานนัก
หรือในกรณีที่ดีที่สุดทางบริษัทจะตระหนักได้สักวันหนึ่งถึงการกระทำดังกล่าว
ซึ่งการตระหนักได้ในการกระทำอันผิดต่อกฎหมายนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการชี้นำจาก
บุคคล องค์กร หรือจากผู้ใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทางบริษัทเองก็ยังมีการระบุข้อความ
ที่ส่วนล่างของหน้าเว็บไซด์อันเป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในข้อกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เป็นอย่างดี
แต่เห็นได้ชัดแล้วว่าภาพถ่ายดังกล่าวยังคงถูกเผยแพร่อยู่ในหน้าเว็บไซด์มาโดยตลอด
ระยะเวลาเกือบหนึ่งปี ฉะนั้นแม้ในขณะนี้ข้าพเจ้าจะยังคงไม่มีเจตนาที่จะเอาความตามกฎหมาย
แต่ข้าพเจ้าถือว่าบริษัทเป็นกรณีศึกษาจากประสบการณ์ตรงของตนเอง
จึงนำขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง เพื่อย้ำเตือนผู้ที่มีลิขสิทธิ์ภาพถ่ายของตนเอง รวมถึงตัวข้าพเจ้าเองว่า
หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ไม่ว่าจะเกิดโดยบริษัทเดิมเดียวกันนี้
หรือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กร สถาบันอื่นๆ ก็ตาม อันเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ทางการค้า
ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อม อันปราศจากการยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์
จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537"
----------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :
ในความเป็นจริงนั้น นักท่องเที่ยวทุกคนที่กลับมาทำบทความประสบการณ์การท่องเที่ยว
หรือที่เรียกกันว่ารีวิว ของสถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พักต่างๆ ที่ตนเองได้ไปเยี่ยมเยือนมานั้น
หากบทความได้ถูกเขียนออกมาในเชิงบวก นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวมีทัศนคติที่ดี
และต้องการแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจให้กับบุคคลอื่นได้รับรู้ด้วยเจตนาที่ดีอยู่แล้ว
ฉะนั้น ในฐานะของเจ้าของธุรกิจที่ได้รับความชื่นชมจากนักท่องเที่ยวทั้งหลาย
ควรระมัดระวังในการนำภาพถ่ายหรือบทความของเจ้าของลิขสิทธิ์ไปใช้โดยปราศจาก
การยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ เสียก่อน เนื่องจากการนำภาพถ่ายหรือบทความดังกล่าว
ไปใช้ประโยชน์ในฐานะที่ตนเองเป็นเจ้าของธุรกิจ ย่อมแสดงให้เห็นว่า
มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้าอย่างปฎิเสธไม่ได้
เจ้าของธุรกิจควรให้เกียรติต่อความชื่นชมของนักท่องเที่ยวเหล่านั้นที่มีต่อสถานที่หรือบริการของท่าน
โดยการแสดงมารยาทในการติดต่อ ร้องขอ หรือแจ้งให้ทราบ ต่อเจ้าของลิขสิทธิ์
เพื่อขออนุญาตนำภาพถ่ายหรือบทความไปใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมน่าจะเป็นการดีกว่า
June 26 Take a rest @ Suanson in one day: ฟ้าสวย หาดทรายขาว ไปกับขบวนรถไฟนำเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์22 มิถุนายน 51
หลายปีก่อน.. เคยมีโอกาสใช้บริการรถไฟนำเที่ยวอยู่หนหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวน้ำตกไทรโยค - สะพานข้ามแม่น้ำแคว – สุสานทหารพันธมิตร ในตอนนั้นตั๋วโดยสารยังคงเป็นตั๋วแข็งสีส้มใบเล็กๆ แลดูคลาสสิค แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป ตั๋วโดยสารสมัยนี้เป็นกระดาษแบบฟอร์มที่สั่งพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ไปแล้ว มาวันนี้ได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟนำเที่ยวอีกครั้ง กับเส้นทางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ฉะนั้นการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้... โชคยังดีที่พวกเราจองตั๋วล่วงหน้าเพียงแค่ 2 วัน แต่ยังพอมีที่นั่งเหลือให้พวกเราได้อยู่ แต่ก็เพราะการจองล่าช้านี่เองทำให้พวกเราได้ที่นั่งหันหลังพิงกับด้านข้างของตัวถังรถไฟ ซึ่งนั่งไม่ค่อยจะสบายซะเท่าไหร่นัก รายละเอียด ขบวนรถ: ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวที่ 911 เส้นทาง: กรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์ (แวะนมัสการพระปฐมเจดีย์) เวลาเดินทาง: 16:30 น. – 19:25 น. โดยประมาณ (แวะนมัสการพระปฐมเจดีย์ 40 นาที โดยประมาณ) (พักผ่อนชายทะเลสวนสนฯ 4 ชั่วโมง 40 นาที โดยประมาณ) ราคาค่าโดยสารไป-กลับ: ตู้นั่งพัดลมชั้น 3 ที่นั่งละ 100 บาท สำรองตั๋วได้ที่: ห้องจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า สถานีรถไฟหัวลำโพง สามารถเข้าไปดูรายละเอียด และ เลือกเส้นทางการท่องเที่ยวโดยรถไฟนำเที่ยวได้ที่ เว็บไซด์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย : http://www.railway.co.th/tour/tour_1.asp
ขบวนพิเศษนำเที่ยวที่ 911 กำหนดออกจากสถานีกรุงเทพ เวลา 6:30 น. เมื่อมาถึงสถานีฯ มองนาฬิกาเป็นเวลาหกโมงเช้าเศษๆ จากนั้นไม่นานนัก เพื่อนร่วมเดินทางก็มาถึง... และเช้านี้ พวกเราอิ่มท้องกันด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งคนละชุด กับวาฟเฟิ่ล รสออริจินัล คนละชิ้น พอประทังไปได้จนถึงมื้อเที่ยงล่ะ
![]() ภายในรถไฟยังคงสภาพเอาไว้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ คงสภาพความเก่ายังไงก็ยังคงเก่าอยู่อย่างนั้น .. อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ระบบขนส่งมวลชนของไทยถึงไม่ค่อยพัฒนาเท่าที่ควร เป็นเรื่องที่ประชาชนคงจะฝากความหวังไว้กับภาครัฐไม่ได้ ขอเพียงแค่ว่ายังคงมีระบบขนส่งมวลชนให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเหตุอันขุ่นข้องหมองใจทำให้ต้องปิดบริการเพื่อเรียกร้องอะไรกันบ่อยๆ เท่านี้ก็คงดีมากแล้วสำหรับประชาชนคนธรรมดาที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องใช้ระบบขนส่งต่างๆ สัญจรไปมาเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพในชีวิตประจำวัน
![]() เพราะเป็นเวลานับสิบปี เพิ่งจะมีโอกาสได้สัมผัสกับการโดยสารรถไฟอีกครั้ง จึงเพิ่งได้รับรู้ว่าสมัยนี้ในตู้รถไฟเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาสินค้านานาชนิด เป็นภาพพิมพ์สีที่ยึดติดบนฟิวเจอร์บอร์ดแล้วนำไปติดตามผนังตู้โดยสารจุดต่างๆ เป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยสร้างรายได้ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย
![]() เวลา 07:40 น. ถึง “สถานีนครปฐม” และอีกเช่นกัน...ผ่านมาเนิ่นนานเหลือเกินที่ไม่ได้มากราบนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์แห่งนี้ รู้สึกว่าร้านขายของริมสองข้างทางที่หน้าลานดูบางตา แม้จะยังมีร้านข้าวหลาม ขนมถ้วย ขนมหวาน ให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หนาแน่นเหมือนอย่างเมื่อคราวที่ได้มาตั้งแต่หลายปีก่อน ได้ยินว่ามีการจัดระเบียบให้ร้านค้าย้ายเข้าไปจำหน่ายในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ด้านใน ทำให้อดหวนคิดถึงบรรยากาศเก่าก่อนไม่ได้ อันที่จริงแล้วหากสบโอกาสเหมาะๆ อยากจะมาเยือน “ตลาดหน้าองค์พระ” นี้หลังตะวันตกดินเสียมากกว่า หรือที่เรียกกันในสมัยนี้ว่า “ตลาดอาหารกลางคืน” ซึ่งตลาดแห่งนี้จะเปิดขายตั้งแต่ราวๆ หกโมงเย็นเป็นต้นไปจนดึกดื่นในขณะที่บางร้านก็ถึงกับโต้รุ่งกันเลยทีเดียว และที่ขึ้นชื่อจนเกือบจะเป็นสัญลักษณ์ของตลาดยามค่ำคืนแห่งนี้นี้ก็คือ “ไอศกรีมลอยฟ้า” ที่เล็งไว้ว่าจะต้องหาโอกาสมาลิ้มลองและทดสอบฝีมือรับไอศกรีมให้ได้ซักครั้งหนึ่ง
![]() สามล้อถีบเกือบทั้งหมด สภาพทั้งตัวรถและผู้เป็นเจ้าของดูผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานไม่ต่างกัน คอยให้บริการระหว่างสถานีนครปฐมกับองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำบนรถไฟได้บอกกล่าวไว้ว่า อัตราค่าบริการเพียงแค่คนละ 10 บาท และสามารถโดยสารได้ 2 คนต่อ 1 คัน เงินเพียงเล็กน้อยนอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางให้รวดเร็วขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือและกระจายรายได้ให้แก่สังคมอีกด้วย
![]() ตัดกับฉากหลังของท้องฟ้าในมุมมองนี้แล้ว พาลทำให้คิดถึงถ้อยคำในตำนานเล่าขานว่า “....พระเจดีย์สูงเท่ากับนกเขาเหิน....”
![]() ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ ที่จัดไว้ให้ผู้มากราบไหว้ได้มีโอกาสจารึกชื่อก่อนนำขึ้นไปห่มองค์พระปฐมเจดีย์... เขียนไปก็คลางแคลงใจไปว่าเป็นการกระทำที่ดีแล้วจริงๆ หรือ? ในการเขียนจารึกบนผ้าที่เปรียบเสมือนจีวรสงฆ์แล้วนำไปห่มบนองค์พระปฐมเจดีย์อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง... แต่ก็ทำไปซะแล้ว
![]() พระพุทธรูปปางต่างๆ ที่ประดิษฐานอยู่รอบฐานองค์พระ หากแต่ไม่ทันไรก็ครบเวลาที่จะต้องรีบกลับสถานีซะแล้ว มิฉะนั้นการเดินทางครั้งนี้อาจจะสิ้นสุดที่นครปฐมเนื่องจากตกรถไฟได้ จึงไม่มีเวลาให้เดินรีรอชมความงามกัน
![]() ในตอนขากลับสถานี ตัดสินใจใช้บริการรถสามล้อถีบที่มาจอดจ่อรอนักท่องเที่ยวกันเต็มไปหมดจนเลือกไม่ถูกว่าจะขึ้นคันไหน
![]() หลังจากคุณลุงสามล้อถีบคันหนึ่ง พาพวกเรามาส่งที่สถานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สอบถามราคาค่าโดยสาร คุณลุงคิดราคาคนละ 15 บาท เลยย้อนถามคุณลุงว่า ไม่ใช่คนละ 10 บาทหรอกเหรอ? ด้วยความที่พวกเราได้ยินเจ้าหน้าที่บนรถไฟบอกมาแบบนั้น คุณลุงนิ่งเงียบไม่พูดไ | |||||||||||||||||||||||